รายละเอียด:
จำนวน 1 แผ่น (จบ) *** "21 กันยายน 1945 คือคืนที่ผมตาย" "เซตะ" พูดขึ้นขณะมองร่างไร้วิญญาณอันแสนสกปรกมอมแมมของตนที่แน่นิ่งอยู่ข้างเสาคอนกรีตด้วยสายตาเศร้าหมอง ผู้คนต่างรีบเร่งไปตามจังหวะชีวิตโดยไม่ได้ให้ความสนใจต่อเด็กชายผู้โชคร้ายเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีหันหลังกลับและเดินออกไปไม่นานนักดวงวิญญาณของเขาก็ได้พบกับดวงวิญญาณของ "เซ็ตสึโกะ"-น้องสาวแท้ ๆ-ที่กำลังจ้องมองแสงระยิบระยับของเหล่าหิ่งห้อยแสนซนที่เล่นล้อกันอย่างเริงร่า เด็กสาวหันมายิ้มให้พี่ชาย ส่งผ่านความคิดถึงมาทางแววตา แล้วทั้งคู่ก็จูงมือกันออกเดินทางสู่บ้านเกิดที่กำลังมอดไหม้ด้วยเปลวไฟแห่งสงคราม
นับแต่นี้...ความทุกข์เศร้า ความหิวโหย ความหนาวเหน็บ และความโดดเดี่ยว จะไม่มีสำหรับเด็กทั้งสองอีกต่อไป
นี่คือฉากแรกของ "Grave of the Fireflies", ภาพยนตร์อนิเมชันที่บอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของสงคราม ตลอดจนชีวิตอันแสนรันทดของผู้คน ผ่านมุมมองอันอ่อนโยนไร้เดียงสาของเซตะและเซ็ตสึโกะสองพี่น้อง
จากครอบครัวเปี่ยมสุขที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน สงครามค่อย ๆ พรากเอาสิ่งเหล่านั้นจากพวกเขาไปทีละนิด ๆ เมื่อเริ่มสงคราม พ่อของพวกเขาต้องออกเดินทางเพื่อเข้ารับราชการทหาร และเงียบหายไปนานโดยไม่สามารถติดต่อได้, ระหว่างสงคราม คนทั้งสามต่างมีชีวิตด้วยความหวาดระผวา คอยเงี่ยหูรอฟังสัญญาณเตือนภัยเพื่อวิ่งหนีเอาชีวิตรอด, และในวันหนึ่ง ลูกระเบิดจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทิ้งลงมาจากฝูงบินรบเหนือฟากฟ้า ก็ริบเอาบ้าน และชีวิตของแม่อันเป็นที่รักของพวกเขาไป
ในสถานการณ์ที่วิกฤต ประชาชนต้องอยู่อย่างแร้นแค้น แปลงผักและไร่นาถูกทำลาย สงครามได้ขโมยเอารอยยิ้มและความมีน้ำใจของผู้คนไปจนสิ้น เด็กน้อยผู้สูญเสียทั้งสองต่างเคว้งคว้างไร้ที่พึ่งพิง อาศัยหลุมหลบภัยที่แสนเก่าและชื้นแฉะเป็นที่ซุกหัวนอน
ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บและมืดมิดในยามค่ำคืน เซตะมักจะพาน้องสาวของตนออกมาเล่นไล่จับแมลงหิ่งห้อย แม้แสงจะริบหรี่แต่เมื่อรวมกันเข้าหลาย ๆ ตัว ความสว่างที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติก็มากพอที่จะมอบความสดใสในจิตใจ แต่งแต้มให้ที่พักพิงชั่วคราวมีความสว่างไสว และทำให้สองพี่น้องลืมเลือนเปลวเพลิงแห่งการเข่นฆ่าอันสว่างโรจน์ร้อนแรงจนแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างภายในชั่วพริบตา
แต่นั่น, ก็เป็นแค่ห้วงเวลาแห่งรอยยิ้มเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะเพียงรุ่งเช้า เหล่าแมลงที่เคยเปล่งแสงสู้กับความมืดก็ค่อย ๆ ร่วงตายลง ความสว่างของพวกมันดับวูบอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เหมือนกับจะบอกเด็กผู้น่าสงสารทั้งสองคนว่าความสุขนั้นผ่านไปเร็วเสมือนสายลมพัดผ่าน
เซตะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ทั้งสองมีชีวิตรอดเสียงหวอเตือนภัยคือสัญณาณให้เด็กหนุ่มวิ่งสวนทางผู้คน เขารวบรวมสิ่งมีค่าที่พอจะหาได้จากบ้านที่กำลังถูกเพลิงไหม้เพื่อนำมันมาแลกเป็นอาหาร แต่ความโหดร้ายของสงครามนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ความสามารถของเด็กตัวเล็ก ๆ จะทำอะไรได้ สองพี่น้องไม่มีอะไรตกถึงท้อง เซ็ตสึโกะที่เดิมเป็นเด็กตัวเล็กบัดนี้ยิ่งซูบผอมลง เธอไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นเดินหรือทำอะไรอีกต่อไป
ในที่สุดเธอก็หลับใหลไปโดยที่ไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกเลย